{sf} smiles,eyes,lies . taecsu *
posted on 17 Jan 2011 11:14 by darkdarkorangeคำโกหกพวกนั้น
กำลังจะไม่มีความหมายอีกต่อไป
เพราะฉันเห็น
คำตอบของความจริง ,
ในดวงตาของเธอ
|
no more time for lies -
|
Title ; eyes lies smiles *
Pairing ; taecsu .
Writer ; rafael.jetaime +

+ เพลงประกอบนิดนิดหน่อยหน่อย นานนานทีจะปลื้มเพลงไทยนะเนี่ย 55
http://www.youtube.com/watch?v=vW-DzRilm3s ลางสังหรณ์ - แึคลช *
.+
ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา เขาจ้องผมตอบอย่างจริงใจและซื่อตรง แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ ..
ตั้งแต่ผมได้รู้จักกับเขามา นับไม่ถ้วนแล้วสินะที่เขาหลอกผม ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับผมหรือไม่ การบิดเบือนความจริงเป็นเหมือนนิสัยส่วนตัวของเขาที่ไม่สามารถแก้ให้หายได้ไปเสียแล้ว
“จุนซู” ผมเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาจริงจัง แต่แววตาที่จ้องมองผมอยู่นั่นก็ยังคงเหมือนเดิม คือมั่นคงและไม่หวั่นไหว ถึงกระนั้น ก็เพราะแววตามั่นคงนั่นแหละที่บอกผมให้สังเกตเห็นอย่างโต้งโต้งว่าเขากำลังโกหก .. เป็นรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้
“จริงจริงนะ , นั่นเพื่อนสนิทฉันเอง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน โคตรคิดถึงเลย” เขาพร่ำพูดด้วยถ้อยวาจาที่ฟังดูจริงใจ หากเป็นใครคนอื่นก็คงเชื่อเสียสนิท แต่มันหลอกฉันไม่ได้หรอกนะ จุนซู
ผมเดินเข้าไปใกล้เขา แล้วจับมือของเขาขึ้นกระชับไว้แน่นตรงหน้า “นายอยากจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ แต่รู้ไว้นะ ว่าฉันหึงไม่เลือกหน้า”
เขายิ้ม
ยิ้มที่ทำให้ผมหลงโง่ทำเป็นเชื่อคำโกหกของเขามานับต่อนับ บางทีผมก็สงสัยเหมือนกันว่าถ้าหากเขาไม่มีรอยยิ้มที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงเผาผลาญให้ผมหายใจอยู่บนโลกต่อไปได้อย่างสดใสแบบนี้แล้ว คำพูดลวง ๆ ของเขาจะยังใช้การได้อยู่หรือไม่
“อื้อ รู้อยู่แล้วล่ะ นายไม่ต้องห่วงน่า แทค” จุนซูยังคงยิ้มอย่างน่ารักมาให้ผม คำพูดของเขาเป็นสิ่งที่นุ่มนวลเสมอ อย่างน้อยก็นุ่มนวลมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป
จุนซูชอบหว่านเสน่ห์ ผมรู้ และในข้อที่ว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้นั่น ผมก็รู้เช่นกัน
กี่ครั้งกี่หนแล้ว กับคำว่าเพื่อนสนิท กี่ครั้งกี่หนแล้ว กับคำว่ารู้อยู่แล้ว กี่ครั้งกี่หนแล้ว กับคำว่าไม่ต้องห่วง กี่ครั้งกี่หนแล้ว กับรอยยิ้มนั้น กี่ครั้งกี่หนแล้วล่ะ อคแทคยอน กี่ครั้งกี่หนแล้ว ?
ที่นายต้องเจ็บอยู่คนเดียวแบบนี้ .
ผมไม่แปลกใจเลยที่ได้เห็นจุนซูไม่อยู่บ้านในคืนนี้ ทุกครั้งที่เขาโกหกผม เขาจะหายไปจากอ้อมกอดของผม อย่างน้อยก็หนึ่งคืน หรือบางทีก็มากกว่านั้น
ในคราวแรกที่ผมพบนิสัยที่แท้ของเขา ผมออกจะตกใจและเจ็บปวดอยู่มากเหมือนกัน แต่พอมันเกิดขึ้นซ้ำซ้ำเหมือนภาพยนตร์ที่ถูกเล่นย้อนไปย้อนมาอยู่อย่างนี้ ผมจึงได้เริ่มทำความรู้จักกับตัวจริงของคิมจุนซู และเรียนรู้ที่จะชินชาซะ ถึงแม้ใครใครจะบอกให้ลาจากคนแบบเขาไปเสีย แต่อะไรบางอย่างในรอยยิ้มของเขาสามารถจะปกปิดความผิดทั้งหมดแล้วทำให้ผมยังคงหลงเขาหัวปักหัวปำอยู่เช่นนี้โดยที่ไม่ได้อะไรตอบแทนสักนิดเหมือนเดิม
แต่ความเจ็บปวดของการโดนคนรักหักหลังมันไม่ได้หายไปง่ายง่ายหรอกนะ
หลายคราที่ผมคิดจะถามเขาว่า เขายังรักผมอยุ่หรือเปล่า แต่พอมีโอกาสได้เอ่ย ก้อนคำพูดก็ติดอยู่ที่หลอดลมจนแทบจะหายใจไม่ออกถ้าไม่กลืนมันกลับลงไป – สุดท้ายแล้วผมมันก็แค่คนขี้ขลาดที่ยอมหลอกลวงตัวเองเพียงเพื่อจะเหนี่ยวรั้งคนที่รักไว้ข้างกาย แม้จะได้เพียงแค่ร่างกายกับลมหายใจเท่านั้น
คำพูดทั้งหมดของเขาหลอกลวง แล้วคำว่ารักล่ะ ?
.+
ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา ถึงแม้เขาจะไม่สังเกตเห็นผมก็ตาม แต่วินาทีที่เขาหันเสี้ยวหน้ามาหาผม ผมก็อยากเห็นว่าอะไรเป็นความจริงจากนัยตาของเขา
และนี่ก็คืออีกคืนที่ผมจะตามเขาไป
จะหาว่าผมโรคจิต วิปริต หรืออะไรก็เชิญเถอะ แต่มันก็ต้องอยากรู้บ้างสิครับว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนตัวเองไปที่ไหนและไปทำอะไรกับคนแปลกหน้าคนอื่น คนที่ไม่ใช่เรา
ใช่สิ . ฉันมันสนองความต้องการนายได้ไม่เคยพอ คิมจุนซู
คิดทีไรก็เจ็บ เจ็บเพราะพระเจ้าช่างเห็นชีวิตผมเป็นเรื่องตลกเหลือเกิน ผมเดาถูกเสมอว่าเขาจะไปที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่เขาพาใครคนนั้นไปทานข้าว -- ผมควรจะดีใจไหมว่าเขามักจะไปทานกันที่ร้านเราทั้งสองเจอกันครั้งแรก -- จวบจนถึงโรงแรมที่ทั้งสองเดินเข้าไปด้วยกัน
ทุกทุกค่ำคืนที่ผมแอบตามไปดูว่าจุนซูโกหกอะไรผมบ้าง ผมจะต้องเห็นคนสองคนเดินควงคู่กันอย่างระรื่นสบายอกสบายใจเข้าโรงแรมหรูไปเสียทุกที คนหนึ่งคือชายแปลกหน้าที่ผมไม่เคยจะรุ้จัก ส่วนอีกคนที่หัวร่อต่อกระซิกอยู่ในอ้อมแขนของเขานั้น คือคนที่พร่ำบอกผมว่ารักผมทุกวัน และบอกว่าจะไม่นอกใจผม
แล้วก็หนีผมไปซุกอ้อมแขนของคนอื่น คนที่ไม่ใช่ผม
คงไม่มีใครเคยนึกเคยฝันว่าจะได้เห็นน้ำตาของลูกผู้ชายแท้แท้อย่างผม แต่ในตอนนี้ผมกำลังร้องไห้อย่างหยุดตัวเองไม่ได้ กี่ครั้งที่เห็นเขาทำแบบนี้ ผมก็เป็นต้องเสียน้ำตาทุกครั้งไป เขาโกหก ผมรู้ และการพบกับความจริงเป็นเรื่องเจ็บปวด ผมก็รู้ แต่ก็ยังคงอยากเห็นด้วยตาตัวเอง อยากจะเห็นว่าจุนซูทำแบบที่เขาพูดหรือไม่ อยากจะเห็นว่ามันเป็นความจริงอันน่าเจ็บปวดจริงจริงหรือเปล่า
อยากให้ผมเป็นคนที่เขาไม่โกหก .อย่างน้อยก็สักครั้ง
.+
ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา ดวงตาแดงก่ำของเขาจ้องผมตอบ อย่าสงสัยเลยครับว่าทำไมเขาจึงร้องไห้ เพราะเขาไม่ได้ร้องไห้ เขาก็แค่บีบน้ำตาให้มันไหล เพียงเพื่อจะโกหกผม
ผมควรจะดีใจใช่ไหมเนี่ย ? ละครทั้งหมดนี่เขาทำเพื่อหลอกลวงผมให้เชื่อสนิทใจว่าเรื่องที่เขาเล่าเป็นความจริง ทั้งทั้งที่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิดเดียว
“แฟนเก่าหรือไง ?” แฟนเก่าเสียชีวิต ใช่ นายมีสิทธิ์ที่จะร้องไห้ จุนซู แต่ความเป็นจริงแล้ว นายไม่มีสิทธิ์ที่จะโกหกฉันนะ
“อือ ..” สิ่งที่เขาทำคือเพียงแค่ครางเบาเบาตอบผม คงทุกข์ใจเหลือเกินสินะ ทุกข์มาก แต่มันคงมากไม่ได้เท่าฉันหรอก นายคงไม่รู้หรอกว่าฉันทุกข์มากกว่านายกี่สิบกี่ร้อยเท่า เพราะฉันไม่เคยโกหกนายเพื่อแฟนเก่าของฉัน ไม่เคยเลยสักครั้ง “ฉันขอโทษ แทค แต่ฉัน ..”
“จะไปก็ไปเหอะ” ผมกล่าวอย่างหัวเสียและหมดความอดทน แค่รู้ว่าแฟนตัวเองร้องไห้ให้แฟนเก่ามันก็น่าเจ็บปวดแล้วนะ แต่นี่มันกลับเป็นการโกหกอีก นัยตาของเขาน่าเชื่อถือกว่าเขาเสมอ มันพูดความจริงให้ผมฟังทกครั้งที่ผมมอง และมันก็กำลังพูดว่าใครคนนั้นยังไม่ตาย
ผมไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของคนที่จุนซูเรียกว่าแฟนเก่ามาก่อน ผมได้เจอกับเขาก็หลังจากเขากลับมาโสดอีกรอบแล้ว ใครต่อใครก็บอกผมว่าอย่าคบกับเขา เห็นว่าที่คนคนนั้นเลิกไปก็เพราะทนความเจ้าชู้ของเขาไม่ได้
แต่ผมทนได้ .แล้วยังไงล่ะ ?
ว่าก็ว่าเถอะ ถึงผมจะบอกว่าทนได้ แต่อย่างไรผมก็ยังเป็นแค่มนุษย์เปราะบางคนหนึ่งที่มีก้อนเนื้ออ่อนแออันเรียกว่าหัวใจ และสามารถจะมีหยดน้ำใสใสคลอในเบ้าที่เรียกว่าน้ำตาได้เช่นกัน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าขีดจำกัดของร่างกายกับวิญญาณนี้อยู่ที่ตรงไหน ขีดของความอดทนน่ะ
ถึงกระนั้น หัวใจที่เจ็บปวดของผมกลับเรียกร้องอีกครั้ง –เรียกร้องหามีด ทั้งทั้งที่รู้ถึงผลที่ตามมาแล้วว่ามันจะต้องทำให้บาดแผลมันเหวอะหวะเกิดจะสมายเยียวยาอีก
ผมกำลังจะแอบตามเขาไปอีกครั้ง
.+
ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา ดวงตาของเขาในความทรงจำ กับรอยยิ้มของเขาที่ติดอยู่ในสมองของผมเสมอ ใบหน้านั่น รอยยิ้มนั่น ดวงตานั่น ทุกอย่างที่ประกอบเป็นเขา ทุกทุกอย่างสามารถจะลบล้างความผิดใหญ่หลวงในคำโกหกของเขาได้
คืนนี้หนาวเหน็บกว่าทุกคืน ลมเย็น ๆ ยังคงพัดมาปะทะร่างของผมอย่างไม่มีหยุดหย่อน แต่ทั้งหมดนั่น ผมทนได้ มันจะกลายเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยยิบย่อยไปทีเดียวถ้าผมนำมาเทียบกับเหตุผลที่ผมมานั่งตากน้ำค้างที่ม้านั่งสีขาวตัวนี้ในเวลาดึกดื่นค่ำคืนอยู่คนเดียว
ผมพยายามใช้มือใหญ่ของตัวเองกอบกุมเอาความอุ่นจากแก้วกาแฟในมือให้มากที่สุด ถ้าจะนอนไม่หลับก็ช่างมัน ในเวลานี้สิ่งที่ผมต้องทำคือถ่างตาตื่น รอคนรักที่กำลังจะเดินมากับชายอื่น
ม้านั่งตัวนี้วางอยู่ตรงข้ามคาเฟ่เล็กเล็กแห่งหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่าจุนซูจะต้องพาศพแฟนเก่าของเขามาดื่มอะไรนิดหน่อยก่อนแน่แน่ (ถ้าเกิดว่าคำที่เขาพูดเป็นจริง ก็ต้องใช้คำว่า”ศพ”ใช่ไหมล่ะ ?)
ซึ่งเขาก็มาจริงจริง
ภาพเดิมเดิมเหมือนกับทุกครั้ง หน้าสวยนั่นสดใสในทุกทุกวินาทีที่เขาเดินจับมือกับผู้ชายคนนั้น แต่ว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนไป บางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม ทั้งในเสี้ยวหน้าของเขา รอยยิ้มของเขา ดวงตาของเขา
และที่สำคัญ บางอย่างเกี่ยวกับแฟนเก่าของเขาด้วย
ความเจ็บแล่นแปลบเข้าหัวใจราวกับกระแสไฟฟ้าในทันทีที่ผมได้เห็นหน้าของคนคนนั้น วินาทีนั้นแหละที่ทำให้ผมรู้ว่าความบังเอิญมีอยู่จริงในโลก บังเอิญที่ผมรู้จักเขาดี ดีมากเสียด้วย
“คุณ ..” ผมอุทานด้วยเสียงผะแผ่ว ให้ตายเถอะ ทำไมโลกใบนี้มันกลมขนาดนี้ นิชคุณงั้นเหรอ ? หนุ่มผิวขาวและหน้าหวานคนนี้เป็นเพื่อนสนิทผมเองครับ สนิทมาก สนิทจนบางทีผมก็ลืมนึกไปว่าเขาเป็นแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น และไม่มีสิ่งที่เกินเลยไปกว่านั้น
ทั้งผมและคุณต่างก็รู้กันว่าเราไม่เคยห้ามใจอยู่ เราทั้งสองประพฤติเหมือนเป็นเพื่อนสนิทกันนั่นแหละ แต่ความเป็นจริงแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น เพียงแค่เราเลือกที่จะเก็บมันไว้ และมีชีวิตอย่างปกติต่อไปของเรา มีเพื่อนคนอื่นอื่น มีคนรัก
จากความทรงจำอันเลือนลางของผม ตอนที่เรายังเรียนอยู่ด้วยกัน เขาเคยร้องไห้อย่างหนักหน่วงแบบที่ใครก็ไม่สามารถหยุดได้อยู่เพียงครั้งเดียว
ตอนที่เขาบอกว่าเลิกกับแฟนแล้ว
ถึงแม้คุณจะคร่ำครวญหนักมากเพียงไหน แต่ชื่อของคนที่เขาเรียกว่าเป็น”แฟนเก่า”ก็ไม่ได้ออกมาจากปากของเขาเลย ไม่แม้แต่หลุดเลยสักนิด ซึ่งผมก็ไม่ได้จะคาดคั้นอะไร ผมเพียงแค่ต้องการปลอบเขาให้มากที่สุด และรู้ว่าหากถามออกไปจะยิ่งทำให้เขาเจ็บปวด
แต่ว่าในตอนนี้ แฟนคนที่เขาบอกว่าเลิกกันนั้น คือแฟนของผมสินะ ? ทำไมผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย กลิ่นน้ำหอมคุ้นคุ้นของจุนซู มันเคยติดจมูกผมเสมอเวลาอยู่ใกล้นิชคุณ เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ซ้อนทับกันอย่างน่าประหลาดและน่าขัน
น่าขันในโชคชะตาทุเรศทุเรศที่เล่นตลกกับผมนับครั้งไม่ถ้วน
คิมจุนซู นายเป็นคนแบบไหนกันแน่นะ ? นายจะทำให้ฉันเสียใจแบบคุณอีกใช่ไหม ? แต่ฉันจะไม่หรอกนะ ฉันจะไม่มีวันบอกเลิกนายเด็ดขาด ฉันจะทนนายให้ถึงที่สุด จนกว่านายจะเป็นคนที่บอกเลิกฉันเอง
ผมสนิทกับคุณมากพอที่จะรู้ได้ว่าคุณจะไม่บอกจุนซูเรื่องความสัมพันธ์ของเรา ผมรู้ว่าคุณจะไม่บอกว่าเราเป็นเพื่อนกัน ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นที่ซับซ้อนกว่านั้น เขาไม่เคยบอกใครอยุ่แล้ว และผมก็เช่นกัน
พวกเขาสองคนนั่งคุยอะไรกันไปเรื่อยในคาเฟ่ ซึ่งผมก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจสักเท่าไร จิตของผมออกจะลอยไปหาพระเจ้าเพื่อถามถึงความหมายของคำว่า”บังเอิญ”เสียมากกว่า แต่ดวงตาของผมยังคงจับจ้องที่พวกเขา ซึ่งทั้งสองคนนั่นคงจะไม่รู้สึกตัวใดใดเลย ยังคงพูดคุยกันอย่างสบายสบาย ,ถ้าหากไม่นับความแปลกประหลาดในดวงตาของจุนซูล่ะก็นะ
การที่คุณจะมีแววตาเศร้าไม่ใช่เรื่องแปลก เขาร้องไห้เพราะผู้ชายคนนี้จริงจริง ซึ่งผมรู้ว่าเขาไม่ใช่คนโกหก ไม่เหมือนกับอีกคน คิมจุนซู เขาโกหกเสมอ หากแต่ในเวลานี้ แววตาของเขาแลดูเศร้าเหลือเกิน นี่ไม่ใช่เวลาที่จะต้องหลอกหลวงตบตาใครทั้งนั้น และผมก็ได้ยินนัยตาเขาบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง
เขายังอาลัยอาวรกับคุณ ? หรือคุณที่เป็นตัวจริงของเขากันแน่ ไม่ใช่ผมที่เป็นเหมือนแค่ตัวแทนคั่นเวลา เป็นแค่ข้ออ้างในบางครั้งบางคราว หรืออะไรกันแน่
อะไรกันแน่ คิมจุนซุ ฉันต้องการความจริง .ไม่ใช่จากดวงตาของนาย แต่เป็นจากปากของนาย -สักครั้ง
.+
ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา แววตาสงสัยปนตกใจของเขายังคงมีน้ำตาคลอหน่วย ทำไมกัน ? นายร้องไห้เหรอจุนซู ?
เราทั้งสองคนยืนอยู่หน้าคาเฟ่แห่งนั้น คุณกลับไปแล้ว และผมก็อดใจไม่ไหวที่จะถลาเข้าไปหาเขาในทันที ซึ่งนั่นทำให้ผมค้นพบข้อเท็จจริงบางอย่างในดวงตานั้น
พอจะพูดได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เห็นจุนซูร้องไห้จริงจริง ครั้งอื่นก็เป็นเพียงแค่การหลอกลวง แต่ผมเห็นว่าเขากำลังร้องไห้อยู่จริงจริง
“น .. นาย มาทำอะไรแถวนี้น่ะแทค ?” เขาถามผม เสียงหวานนั่นสั่นเหลือเกิน สั่นเหมือนกับหัวใจของผมในตอนนี้ เขากำลังจะทำอะไร มีอะไรเกิดขึ้น เพราะคุณ เพราะผม หรือเพราะตัวเขาเอง
ท่ามกลางความสงสัยนับร้อยล้านที่วนเป็นทอร์นาโดอยู่กลางหัวของผม ตรงตาพายุนั่นเอง คือคำว่าเป็นห่วง ถึงแม้จะอย่างไรก็ตาม ผมเป็นห่วงเขา ผมยอมที่จะเสียใจไปตลอดชีวิตแลกกับการที่เขาจะได้ไม่ต้องร้องไห้อีกเลยนะ เพราะผมก็คงมีชีวิตต่อไปไมได้เหมือนกันหากเขาร้องไห้อยู่แบบนี้
“จุนซู เมื่อกี้แฟนเก่านายเหรอ ?” ผมตัดสินใจถามออกไป คงเป็นเพราะสติสัมปชัญญะของผมในตอนนี้ยังมีไม่พอเท่าไร คำถามเชือดเฉือนอารมณ์ถึงได้หลุดออกมาเช่นนั้น แต่นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะรู้ที่สุด
“อือ .. ขอโทษ” เขาครางเบาเบาอย่างสำนึกผิด และนั่นเป็นความจริงล้วนล้วน ทำไมกันนะ ? ทำไมเขาต้องฝืนยิ้มให้ผมแบบนั้น ยิ้มเดิมเดิมที่ผมไม่เคยเบื่อ ยิ้มที่เคยใช้หลอกลวงผมแต่ตอนนี้มันเป็นของจริง ยิ้มที่สดสวยแต่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่โลกใบนี้จะมีได้ คิมจุนซู ทำไม
ในที่สุดผมก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ไม่สนใจคำว่าบังเอิญ ไม่สนใจว่าเขาจะโกหกผมอีกหรือไม่ ผมดึงเขาเข้ามากอดแน่น อย่างน้อยที่สุดก็ขอแค่ให้เขาหยุดสะอื้นเสียที
เขายังร้องไห้ไม่หยุด และมีทีท่าว่าจะหนักขึ้นเรื่อยเรื่อยด้วยเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของผม ผมลูบหัวทุยของเขาเบาเบาแล้วกระซิบเข้าที่ข้างหู “ร้องซะให้พอ แล้วทิ้งเรื่องทั้งหมดซะ”
ผมเลือกที่จะไม่รู้อะไรเลยเสียดีกว่าที่คนในอ้อมกอดของผมตอนนี้จะต้องมาจมอยู่กับความเจ็บปวด และนี่ละมั้งคือเหตุผลที่ผมยอมปล่อยเขาไปในทุกทุกคำโกหกและทุกทุกค่ำคืน เพราะผมไม่อยากเห็นเขาเสียใจ หรือร้องไห้เลยแม้สักนิดเดียว
เวลาเดินหมุนไปนานเท่าไรแล้วไม่รู้ อากาศของค่ำคืนยังคงหนาวเหน็บ แต่ร่างกายที่ยังสั่นน้อยน้อยของคนในอ้อมกอดของผมนั้นอบอุ่น ผมไม่ได้กอดเขามานานแล้วเหมือนกัน ช่วงนี้ดูเหมือนเราจะห่างเหินกันไปทุกขณะ จนแทบจะจำไม่ได้แล้วว่ากอดของเขาให้ความสุขแก่ผมมากแค่ไหน
“ดีขึ้นไหม ?” เสียงของผมลอยลอยปะปนไปกับเสียงหวีดหวิวเบาเบาของสายลม จนผมไม่แน่ใจว่าเขาจะได้ยินความรวดร้าวหรืออาการสั่นของเสียงผมหรือเปล่า
“อืม ..” เขายังคงครางตอบเพียงในลำคอเช่นเคย แต่ใบหน้าหวานสวยนั่นก็เงยขึ้นมาแล้วยิ้มให้ผมแล้ว รอยยิ้มจริงใจอันแสนจะงดงามของเขา รอยยิ้มของริมฝีปากที่กำลังจะขยับบอกความจริงแก่ผม
เขาจับมือผมขึ้นกระชับ แล้วส่งยิ้มให้ผมอีกครั้ง “กลับบ้านก่อนนะ แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง”
.+
ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา มันบอกผมว่าในครั้งนี้ทุกอย่างเป็นความจริงล้วนล้วน ไม่มีมวลอากาศแห่งการโกหกอันน่าอึดอัดลอยอยู่รอบตัวเราอีกต่อไป
เขานั่งนิ่ง เงียบ และไม่พูดอะไรมาเป็นเวลาสักพักแล้ว พวกเราสองคนจัดการอาบน้ำเปลี่ยนชุดและเตรียมจะนอน เหลือสิ่งสุดท้ายที่ผมต้องทำ คือรู้ความจริงให้ได้ และสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องทำ ก็คือพูดความจริงออกมา ซึ่งมันง่ายนิดเดียว
“มันง่ายนิดเดียว คิมจุนซู เล่าออกมาเถอะ” ผมพูดเบาเบา ขอเพียงผมเป็นคนที่เขาจะไม่โกหก แค่เท่านั้นผมก็พอใจมากแล้ว อย่างน้อยแค่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจริงจริงให้ผมฟัง ถึงมันจะเจ็บ แต่ก็ดีกว่าที่เขาตบตาผมอยู่อย่างนี้ต่อไป
“อย่างแรกเลย ฉันขอโทษ” หลังจากความเงียบครอบคลุมอยู่นาน ริมฝีปากบางของจุนซูก็เริ่มขยับเอ่ยถ้อยคำด้วยระดับเสียงผะแผ่ว “ขอโทษที่โกหกนาย หลายต่อหลายครั้ง นายรู้เสมอใช่ไหมล่ะ ? ฉันขอโทษจริงจรงินะแทค ขอโทษที่ทำให้นายเจ็บมาก .. ขอโทษ ..
“เค้าคนนั้นเป็นแฟนเก่าของฉันจริง เพียงแต่ว่ายังไม่ได้ตายไปจากโลกนี้ ฉันยอมรับสารภาพว่ายังรักเขาอยู่ แต่สิ่งที่ทำไปทั้งหมดนี่ก็เพื่อนายนะ , นายคิดว่าฉันไปทำอะไรกับเขาที่นั่นล่ะ ?”
ผมเลือกที่จะไม่ตอบเขา แต่เปลี่ยนเป็นมองเขาด้วยสายตาสงสัยแทน สมองก็เริ่มคิดไปต่างต่างนานา “เพื่อฉัน ?” นั่นคือคำเดียวที่ผมเอ่ยออกไป และจุนซูก็ยิ้มกลับมา
“ตอบถูก ใช่ เพื่อนายไง” เขาขยับท่านั่งให้สบายขึ้นหน่อย ดูท่าเขาจะสบายใจขึ้นแล้วสินะ แต่ผมไม่ ไม่เลย ตราบที่ผมยังไม่เข้าใจอะไรอยู่แบบนี้ ผมก็คงสบายใจไปไม่ได้หรอก
และคำพูดติดสำเนียงแดกูก็พรั่งพรูออกจากปากของคิมจุนซูราวกับเขื่อนถล่ม ..
“นิชคุณน่ะ เขาเป็นคนดีมากเลยนะ ยังคงยิ้มรับฉันที่ทำตัวเลวเลวได้ เหมือนกับนายที่ยอมฉันเสมอ ฉันอยากจะขอบคุณเขากับนายจริงจริง ไม่งั้นโลกใบนี้คงไม่มีที่ให้ฉันอยู่แล้วล่ะ” จุนซูยังคงยิ้มตลอดเวลาที่เล่าเรื่องราวให้ผมฟัง “แต่ฉันก็จำเป็นต้องทำ เพื่อเขา และเพื่อนาย คนเลวเลวคนนี้ไม่อยากจะทำให้คนที่ตัวเองรักและคนที่รักตัวเองต้องเจ็บไปมากกว่านี้แล้วล่ะ
“ฉันออกไปเจอเขา เพราะทั้งฉันและเขาไม่สามารถตัดใจจากกันได้ ฉันรู้เสมอว่าเขาคิดยังไงเกี่ยวกับฉันในทุกทุกแง่มุม ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แต่เขาต่างหากล่ะที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันเลย เหมือนกับนายไง อ๊ะ ฉันไม่ได้โทษนายหรือเขาเลยนะ แต่ว่าฉันโทษตัวเองต่างหาก นายก็น่าจะเห็นว่านิสัยโกหกเป็นอะไรที่ติดตัวฉันแล้ว บางคราวฉันก็นึกเสียใจเหมือนกันว่าทำไมไม่พูดความจริง ฉันรู้สึกทุกครั้งหรอกแทค ทุกครั้งที่นายร้องไห้” เขาพูดมาถึงตรงนี้แล้วหยุดเว้นจังหวะนิดหนึ่ง มองหน้าผมด้วยแววตาเศร้าผสมกับรอยยิ้มประปรายบนหน้าสวยนั่นเช่นเคย
“คืนนี้จึงเป็นคืนสุดท้ายที่ฉันจะพบกับเขา ได้ข่าวจากเขาว่าจะไปต่างประเทศน่ะ เลยขอไปพบสักครั้ง และฉันเลยตัดสินใจว่าจะตัดใจจากเขาไปเลย ทางเดินมีอยู่สองทาง ทั้งสองทางก็น่าเดินทั้งนั้น แต่ฉันคงเดินไปทั้งสองทางพร้อมพร้อมกันไม่ได้ ดังนั้นฉันจึงเลือกเดินอีกทางหนึ่ง ทางใหม่ของฉัน หรือก็คือนาย
“ฟังดูเห็นแก่ตัวชะมัดเลยนะ ? ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้แหละ นิสัยเลวเลวที่เลิกไม่ได้ แต่คำว่ารักของฉันคือความจริงเสมอนะ อคแทคยอน ทั้งที่ฉันมอบให้นาย และมอบให้แฟนเก่าคนนั้น”
ถ้าหากไม่นับการโกหกของเขา คิมจุนซูเป็นคนที่พูดอะไรตรงไปตรงมามาก แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินความจริงจากปากเขาแบบเต็มร้อย และผมเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง
“ดังนั้น ขอโทษสำหรับทุกอย่าง และต่อจากนี้นายจะมีฉันนอนอยู่ข้างข้างในทุกทุกคืน ฉันจะเลิกให้ได้ ฉันจะไม่เสียนายไปเพราะความแย่ของตัวเองแบบเขาอีก ฉันสัญญา เพราะฉันรักนาย รักนายมากกว่าใครบนโลกนี้ รักมากกว่าใครในจักรวาล”
เขายิ้มและจ้องมองผมอยู่ตลอดเวลาที่เอ่ยคำ ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความมั่นคง จริงใจ และน่าเชื่อถือในคำพูดพวกนั้นทั้งหมด ผมยิ้มตอบเขาบ้าง และดึงเขาเข้ามากอด กอดที่จะเป็นของผมเพียงคนเดียวต่อจากนี้ไป
“อือ . ทั้งหมดที่ผ่านมา ฉันยกโทษให้นายเสมอ คิมจุนซู”
เพียงแค่เขาบอกว่ารักคำเดียวเท่านั้น เพียงแค่เขาไม่โกหกผมที่คำนั้น เพียงแค่นั้น ที่ผมต้องการ
.+
ผมยังไม่ได้บอกอะไรใช่ไหม ?
นิสัยติดตัวผมอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นนิสัยที่ผมก็พยายามจะเลิกให้ได้เหมือนกัน
ผมชอบบิดเบือนความเป็นจริง .
“นิชคุณ นายจะไปต่างประเทศ ทำไมไม่บอกฉัน” ร่างสูงโปร่งวิ่งไปมาอยู่ในสนามบิน มือถือก็เอาแต่กดหาเบอร์ของคนที่ตัวเองกำลังตามหาอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย
และในคืนนั้น คิมจุนซูก็ต้องนอนคนเดียว เขารู้อยู่เสมอว่าอีกฝ่ายกำลังโกหกอยู่ ดูจากแววตาของอีกฝ่ายที่พูดความจริงเสมอก็สามารถจะบอกได้แล้วว่าอะไรคือเรื่องจริง ..
>' endendendendend * Sorry x) butnot 2bcon !
need some talkkkk k . ?
อย่างที่เขียนบอกอยู่ - มันจะไม่มีต่อนะครับ 55555
ใครอยากได้ต่อก็เขียนเองเอานะ =.,= (/เขียนแล้วเอามาให้อ่านด้วยก็ดี ฟู่ว ..)
ลงเรื่องแรกประเดิมบ้างอะไรบ้าง พอดีอารมณ์เสียกับงานโกลเด้นโกล้บนิดหน่อย
ประมาณว่า .. โซเชียลกวาดเรียบ !!!!
ให้ตาย เฮียห่าน(/hanz simmer อ่ะนะ) ยังไม่ได้เลย อินเซปชั่นตรู๊ววววว y y
ป๋าเดปป์ก็ไม่ได้ ปััดโถ่เอ้ย ..
เอาเถอะ ช่างมัน ลุ้นกันอีกทีก็งานตุ๊กตาอ่ะนะ หึหึหึหึหึหึ (บนดีไหมเนี่ย 55)
+ ต่อจากนี้จะไม่เล่นเฟซหนึ่งอาทิตย์ !!! (/ไม่ใช่โกรธแค้นอะไรโซเชียลหรอก แต่แม่ห้าม..)
เดี๋ยวจะเอามาลงอีกสักเรื่องสองเรื่องสั้นสั้นของชานนูนอ ประมาณว่าว่าง (?)
แล้วเจอกันนะ จุ๊บ . xoxo
ป.ล.วันนี้พี่โจ(เซปกอร์ดอนเลวิทท์ ออร์ อาร์เธอร์ตูดแฟ่บ)หล่อมากจริงอะไรจริงว่ะ
ป.ล.ล.ฮวังกับคุณมาไทย แต่ทำไมฉันนั่งกริ๊ดฮอลลีวู๊ด ไม่ได้ใส่ใจสามีเล้ยย
ป.ล.ล.ล.ใครเข้ามาอ่านฟิคแล้วเม้นท์ด้วย !!!! ได้โปรด !! ขอร้อง !!
ป.ล.ล.ล.ล.อยากเขียนฟิคอีกว้อย + โฟโต้ชอปตรูพัง + เลิกปัจฉิมลิขิตเถอะ จบ =__=
edit @ 17 Jan 2011 23:12:27 by rafael.jetaime+
edit @ 25 Apr 2011 13:00:47 by rafael.jetaime+


เม้นไปหมดแล้วนะ
จำได้ใช่ไหมหล่ะ
บะบาย (???)
#1 By 1174_YVES on 2011-01-17 19:56